Skip to content
กลับสู่รายการ
การดูแลดวงตา

จ้องจอนานจนปวดตาและโฟกัสภาพไม่ได้? วิธีบรรเทาอาการตาล้าด้วยกฎ '20-20-20' และการตั้งค่าหน้าจอเพื่อถนอมสายตา

อัปเดตเมื่อ: 15 พฤษภาคม 2569ใช้เวลาอ่าน 3 นาที

ในสังคมปัจจุบันที่เราต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทำงานตลอดทั้งวัน และยังคงจ้องสมาร์ทโฟนระหว่างเดินทางหรือในเวลาส่วนตัว ไม่แปลกเลยที่เมื่อถึงช่วงเย็น คุณจะเริ่มรู้สึก "แสบตา ปวดตา" "โฟกัสภาพระยะไกลไม่ได้ (ภาวะสายตาสั้นเทียมจากสมาร์ทโฟน)" หรือ "ตาแห้ง"

อาการตาล้าเรื้อรังเหล่านี้เรียกว่า "ภาวะตาล้า (Eye Strain)" ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น อาการปวดหัว ปวดคอและบ่า หงุดหงิดง่าย ไปจนถึงปัญหาการนอนหลับ

ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำวิธีดูแลดวงตาด้วยตัวเองที่ง่ายและได้ผลดีเยี่ยม ซึ่งจักษุแพทย์ทั่วโลกต่างแนะนำ นั่นคือ "กฎ 20-20-20" รวมถึงวิธีปรับตั้งค่าสมาร์ทโฟนของคุณให้เป็นมิตรต่อดวงตามากขึ้น


👁️ "กฎ 20-20-20" คืออะไร? เคล็ดลับที่จักษุแพทย์ทั่วโลกแนะนำ

ในขณะที่เราจ้องหน้าจอใกล้ๆ (สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์) กล้ามเนื้อตาที่ทำหน้าที่ปรับโฟกัส (Ciliary muscle) จะอยู่ในสภาวะเกร็งตัวตลอดเวลา นอกจากนี้ การจดจ่อกับหน้าจอยังทำให้เรากะพริบตาน้อยลงถึง 1 ใน 3 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการตาแห้ง

เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดนี้ สมาคมจักษุแพทย์อเมริกัน (AAO) และองค์กรอื่นๆ จึงแนะนำให้ใช้ "กฎ 20-20-20"

🕒 วิธีทำตามกฎ 20-20-20

กฎนี้ทำได้ง่ายมาก:

  1. เมื่อจ้องหน้าจอครบ "20 นาที"
  2. ให้ละสายตาไปมองสิ่งที่อยู่ห่างออกไป "20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร)"
  3. เป็นเวลา "20 วินาที" เพื่อพักสายตา

💡 ทำไมถึงได้ผล?

  • การยืดกล้ามเนื้อตา: การมองไกลช่วยให้กล้ามเนื้อตาที่เกร็งจากการมองใกล้ได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ เปรียบเสมือนการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
  • ป้องกันตาแห้ง: การละสายตาจากหน้าจอ 20 วินาทีจะช่วยกระตุ้นให้เรากะพริบตาตามธรรมชาติ ทำให้มีน้ำตามาหล่อเลี้ยงพื้นผิวดวงตามากขึ้น

เคล็ดลับในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันคือ ลองฝึกนิสัยมองออกไปนอกหน้าต่างออฟฟิศ มองต้นไม้ที่วางอยู่ไกลออกไป หรือมองนาฬิกาที่ติดอยู่มุมห้องทุกๆ 20 นาที

วิธีบรรเทาอาการตาล้าด้วยกฎ 20-20-20 ที่จักษุแพทย์แนะนำ


⚙️ 3 การตั้งค่าสมาร์ทโฟนที่ควรทำเพื่อลดอาการตาล้า

นอกจากการใช้กฎ 20-20-20 แล้ว การปรับตั้งค่าสมาร์ทโฟนให้เป็นสภาพแวดล้อมที่ถนอมสายตายังเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมาก

1. ขยายขนาดตัวอักษร (Font Size)

การพยายามอ่านตัวอักษรขนาดเล็กบนหน้าจอจะทำให้เราเผลอขยับหน้าเข้าไปใกล้จอโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนักขึ้น

  • วิธีตั้งค่า: ไปที่ "การตั้งค่า" (Settings) ➔ "การแสดงผล" (Display) ➔ "ขนาดตัวอักษร" (Font size) แล้วปรับให้เป็นขนาดที่คุณอ่านได้สบายตา

2. เปิดใช้งาน "โหมดมืด" (Dark Mode)

หน้าจอที่มีพื้นหลังสีขาวสว่างจ้าจะส่งผลกระทบต่อดวงตามาก การเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นสีดำ (Dark Mode) จะช่วยลดปริมาณแสงรวมที่เข้าสู่ดวงตาได้

  • วิธีตั้งค่า: ไปที่ "การตั้งค่า" (Settings) ➔ "การแสดงผล" (Display) ➔ เปิด "ธีมมืด" (Dark theme)

3. ตัดแสงสีฟ้าและความจ้าของหน้าจอ

แสงที่ออกมาจากหน้าจอสมาร์ทโฟนมี "แสงสีฟ้า" ซึ่งสามารถทะลุเข้าไปถึงส่วนลึกของดวงตาและรบกวนการทำงานของกล้ามเนื้อปรับโฟกัส รวมถึงมีความ "จ้า" (Brightness) ที่มากเกินไป


📱 หากต้องการลดการระคายเคืองดวงตาจากต้นเหตุ แนะนำแอป "Blue Light Filter"

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ "มักจะลืมทำกฎ 20-20-20 เวลาทำงานหรือจดจ่อกับอะไรบางอย่าง" การใช้ตัวช่วยกรองแสงที่ออกมาจากหน้าจอโดยตรงถือเป็นวิธีป้องกันที่สำคัญ

เราขอแนะนำแอป Android ฟรีของเรา: "Blue Light Filter - Night Mode"

✨ จุดเด่นของแอป "Blue Light Filter" เพื่อถนอมสายตา

  • ฟิลเตอร์สีธรรมชาติ (สีซีเปียหรือสีโทนอุ่น): ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แต่มีฟิลเตอร์ให้เลือกถึง 7 สี เช่น "โทนสีซีเปียถนอมสายตา" ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านหนังสือจริงๆ
  • เปิดใช้งานได้ทันทีจากแถบแจ้งเตือน: เมื่อรู้สึกตาล้า คุณสามารถดึงแถบสถานะลงมาเพื่อเปิด/ปิด หรือปรับความเข้มของฟิลเตอร์ได้ทันที
  • ดีไซน์น้ำหนักเบา ประหยัดแบตเตอรี่: ด้วยการปรับแต่งขั้นสูงที่เปลี่ยนเฉพาะอุณหภูมิสีของหน้าจอ ทำให้แอปทำงานได้ลื่นไหลและแทบไม่กินแบตเตอรี่

หากต้องการลดความจ้าของหน้าจอให้ถึงขีดสุด คุณสามารถใช้ควบคู่กับแอปในเครือของเราอย่าง "Brightness Control" เพื่อให้การอ่านหนังสือในเวลากลางคืนปราศจากอาการปวดตาอย่างสมบูรณ์


❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการตาล้า (FAQ)

Q. ฟิล์มกระจกกันแสงสีฟ้าช่วยได้จริงไหม?

A. ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่มีข้อจำกัดครับ เนื่องจากฟิล์มเป็นการติดทับแบบถาวร จึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนสีหรือความเข้มของการตัดแสงได้ การใช้แอปจะมีความยืดหยุ่นมากกว่า เช่น "ต้องการสีหน้าจอปกติเพื่อแต่งรูปในตอนกลางวัน" หรือ "ต้องการตัดแสงสีฟ้าเข้มข้นในตอนกลางคืน" ซึ่งแอปจะตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายกว่าครับ

Q. ควรเปิด Dark Mode แม้ในตอนกลางวันหรือไม่?

A. ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละบุคคล แต่แนะนำให้ปรับตามความล้าของสายตาครับ หากคุณรู้สึกว่าตัวอักษรสีขาวบนพื้นหลังสีดำทำให้อ่านยากหรือเกิดอาการพร่ามัว แนะนำให้ใช้ "โหมดสว่าง (Light Mode) พร้อมเปิดฟิลเตอร์กรองแสงสีฟ้าอ่อนๆ" ในตอนกลางวัน และเปลี่ยนเป็น "Dark Mode พร้อมเปิดฟิลเตอร์กรองแสงสีฟ้าเข้ม" ในตอนกลางคืน จะเป็นวิธีที่ถนอมสายตาได้ดีที่สุดครับ

Q. การนับเวลา 20 นาทีตามกฎ 20-20-20 ทำได้ยาก

A. ช่วงแรกแค่พยายามนึกถึงก็เพียงพอแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องตั้งนาฬิกาจับเวลาให้เคร่งครัดเกินไป ลองใช้จุดเปลี่ยนของกิจกรรมเป็นตัวกำหนด เช่น "เมื่อหน้าจอโหลดแอปหรือเกม ให้มองไกล" หรือ "เมื่อส่งข้อความเสร็จหนึ่งฉบับ ให้มองออกไปนอกหน้าต่าง" การสร้างนิสัยจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันจะช่วยให้ทำได้ต่อเนื่องครับ

Bluelight Filter
แก้ปัญหาของคุณ! แอปที่แนะนำ

Bluelight Filterฟรี

ปรับสีหน้าจอตามแสงภายนอกโดยอัตโนมัติเพื่อปกป้องดวงตา